Pingjian's profile* Space . ~ By ~ . Pingj...PhotosBlogLists Tools Help

Pingjian

Occupation
Location

* Space . ~ By ~ . Pingjian . No. #04 . Of . >ZANADA< *

หากมีอะไรไม่พอใจ ให้ด่าที่ตัวเจ้าของ Space โดยตรง ไม่ต้องลากเอาบรรพบุเหล่าโคตรเหง้าศักหลาด ญาติสนิทมิตรสหาย ชาติพันธ์ รวมทั้งสัตว์เลี้ยงมาข้องเกี่ยวด้วย จะเป็นความกรุณาอย่างยิ่งถ้าผู้ที่ต้องการด่าเจ้าของ Space อ่านภาษาคนออก

: HAPPY NEW YEAR 2008 :

.

สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๑


( ปีนี้ไม่มีอะไรอลังการ รูปก็ไม่ได้ทำ ขี้เกียจ )

ปีใหม่นี้ ขอให้คนที่เข้ามาอ่านมีความสุข

ทั้งสุขกาย ทั้งสุขใจ

ทำการอะไรก็ไม่ผิดพลาด เป็นไปตามใจหวังทุกประการ

ขอให้สุขภาพแข็งแรง ตลอดปี 2551

( ถ้าอยากสุขภาพดีปี 2552 ก็เข้ามาอ่านใหม่ปีหน้า อวยพรปีต่อปี )

เอาเป็นว่าปีใหม่นี้ขอให้เจอแต่เรื่องดีๆ
เจอหมาขอให้หมาไม่กัด  เจอรถขอให้รถไม่ชน

เจอคนขอให้คนไม่ด่า  เจอวาสนาขอให้ประดังเข้ามา

เจอผีบ้าขอให้เดินหนี  เจอผีขอให้บอกหวย

เจอเรื่องซวยๆ ก็ขอให้ผ่านไป  เจอปีใหม่ก็ขอให้โชคดีจ้า

( แต่งเองสดๆ นะเนี่ย 555+ )

เอาเป็นว่า  โชคดีๆ ในปีใหม่ล่ะกันน้า

สวัสดีปีใหม่จ้า
 

(^__^)

.

: เพลง ลักปีโป้ / ซั่มปีโป้ / Somepepo :

 
ชื่อเพลง : ลักปีโป้ (มั้ง)
ผู้แต่งคำร้อง : ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด
ทำนอง : Imagine

---------------------------------------

Imagine all the people.

Living for today ……..yoo hoooooo!!

You may say I’m a dreamer.

But I’m not the only one.

I hope someday you’ll join us.

And the world will be as one..

.

บ่ายวันหนึ่ง... ที่ฝนพรำ               ที่หน้าร้าน... ขายของชำ

เจ้าของร้านเข้าห้องน้ำ            ที่หน้าร้าน... บ่มีไผ

 ลูกแม่ยายอ่อนลักปีโป้                 แหล้นหนี... ตากฝน

 

  ไผได้ฟังคงหัวขวน              แหล้นตากฝน... บ่เหลียวหลัง

ไปลี้บัง... อยู่หลังโอ่ง                  แล้วนั่งลง... แกะปีโป้

  ลูกแม่ยายอ่อน... ลักปีโป้                        ไปกินคนเดียว

ปีโป้... อันบักใหญ่                         กินคนเดียว ไม่แบ่งใคร

ไปลี้กิน.. อยู่หลังโอ่ง                              บ่สนใจ... ไผสิว่าหยัง

บ่สนใจ... สายฝนพรำ

( แต่ก่อน จอร์น เลนนอน เค้าอยู่เมืองไทยนะ... ได้เขียนเพลงนี้ไว้ก่อนที่แกจะแต่งเพลง Imagine )

แม่ยายอ่อนเขาเคียดหลาย                 เมื่อได้ฟังเรื่องราวลูกชาย

เลี้ยงลูกมาไม่ไล่ลังใจ                    รู้ฮอดไสอายฮอดนั่น

 

มึงลักเฮ็ดหยังซัมปีโป้                            คือบ่ลัก... แนวอื่น

ห่ากินหัวมึงเอ้ย                        ลักเฮ็ดหยังประสาปีโป้

ถ้าเขินลักคือบ่อเอาเหล้า                     คั๊นเถิกจับ มันบ่คุ้มดอกหำ

มันเสียชื่อ แม่ยายอ่อน...

 

: PoEm :

     

  "  เรามิใช่เจ้าของฟ้าอวกาศ                 โลกธาตุทั่วสิ้นทุกสรวงสวรรค์

   มนุษย์มิเคยนฤมิตตะวันจันทร์                    แม้แต่เม็ดทรายนั้นสักธุลี   "

 
 
-----------------------------------------------------------------------------

อ่านเจอแล้วชอบ เลยเอามาให้อ่านกัน   ^o^

 

: ทางสายรุ้ง - Over The Rainbow :

 
 
ทุกๆ ปี ที่เพชรบูรณ์...
พอเข้าหน้าฝนทีไร ก็ได้เห็นฝนตกทุกวัน
เห็นสายฝนโปรยปรายเป็นละอองอ่อนๆ
มีเมฆสีเทาแผ่กระจายทั่วท้องฟ้า มาบังแสงอาทิตย์ไม่ให้เจิดจ้าเกินไป
ตื่นขึ้นมาในตอนเช้า มองออกไปนอกหน้าต่าง ก็เห็นละอองฝนโปรยปราย
จนกระทั่งก่อนนอนก็ยังคงได้ยินเสียงเม็ดฝนกระทบหลังคา เปาะแปะ
ในเช้าอีกวันที่ตื่นขึ้นมา ก็ยังคงเห็นละอองฝนที่ชุ่มฉ่ำอยู่เช่นเคย...
แต่ปีนี้...
ฝนทิ้งช่วงซะเหลือเกิน... ทำเอาหน้าฝนที่น่าจะชุ่มชื่น กลายเป็นหน้าร้อนที่อบอ้าวไป
นานๆ ครั้ง สายฝนที่รอคอยจึงจะตกสู่ผืนดินให้ชุ่มฉ่ำสักครา
ทุกๆ ปีในฤดูฝน สายฝนจะพรำๆ พร่ำตกทั้งวัน จนแสงแดดส่องไม่ถึงพื้นดิน
แต่ก็ได้รับสายลมอ่อนๆ ที่ชุ่มชื่นมาแทน
ฤดูฝนปีนี้ ถึงฝนจะตกไม่บ่อยนัก จนอยากจะโทษฟ้า...
ก็ยังมีอะไรดีๆ ให้เห็น
หน้าฝนปีนี้ ฝนตกไม่กี่ครั้ง  แต่ได้เห็นรุ้งอยู่บ่อยไป
นานเท่าไหร่แล้วนะ... ที่ไม่ได้เห็นสายรุ้งทาบทอลงบนแผ่นฟ้านี้
.......
นานมากแล้วล่ะ
นานจนเกือบลืมไปเลยว่า... สายรุ้งเป็นยังไง
นานจนเกือบลืมไปเลยว่า... การได้มองดูสายรุ้ง ทำให้มีความสุขได้มากมายขนาดนี้
วันนี้... ก็เป็นหนึ่งในวันไม่กี่วันที่ฝนตก
ตกก็ตกประเดี๋ยวประด๋าว นานไม่เกิน 2 ชั่วโมง
ตกลงมาตอนบ่ายแก่ๆ จนจะถึงเวลาเย็นแล้ว
แต่แสงแดดยังคงพร่าท้องฟ้า
เมื่อสายฝนโปรยปรายลงมา สายรุ้งก็ทาบทอ
เพราะไม่ได้เห็นรุ้งมานานรึเปล่านะ... พอได้เห็นทีไร ก็ยิ้มกว้างขึ้นมาทันที
สุดท้าย เลยตัดสินใจตามสายรุ้งไป ในที่โล่ง เพื่อจะได้มองเห็นได้ถนัดตา
ถนนคอนกรีตนอกเมือง ที่มีทุ่งนาเขียวขจีขนาบทั้ง 2 ข้าง
เพราะเป็นฤดูฝน ชาวนาเลยเพิ่งจะลงกล้าข้าวใหม่
เป็นภาพที่ชวนให้ชุ่มฉ่ำหัวใจ
เบื้องหลังยังคงเป็นสายรุ้ง
เมื่อหาที่ดีๆ อยู่ห่างไกลตึกสูง สิ่งปลูกสร้างที่มาบดบังสายรุ้งแล้ว
ก็หยุด... มองดู...
สายรุ้งที่ทาบอยู่บนฟ้า จากปลายรุ้งทางฝั่งซ้าย ไปสู่ปลายรุ้งฝั่งขวา
เห็นสุดเส้นสายรุ้งทั้งสอง อยู่ในสายตาเพียงทั้ง 2 ข้าง
เห็นสายรุ้งทั้งสาย จากปลายฟ้า โค้งลงสู่ผืนนาที่เขียวขจี
หลังจากเฝ้ามองดูสายรุ้งจนอิ่มเอมใจ
ก็ขับรถกลับ แต่คราวนี้... เป็นการขับรถเข้าไปสู่ประตูสายรุ้ง ไม่ได้มีสายรุ้งอยู่เบื่องหลังอย่างคราวมา
ถนนคอนกรีตธรรมดาๆ เพียงแต่มีสายรุ้งทั้งสายที่โค้งลงครอบถนน และแผ่นฟ้าอยู่ตรงหน้า
ตรงไปบนถนนสายนี้ ดูราวกับว่า กำลังตรงไปยังอีกโลกหนึ่ง
ราวกับทางสายนี้ เป็นทางแห่งสายรุ้งสู่ความสุข
.....
เมื่อกลับเข้ามาสู่บริเวณสิ่งปลูกสร้างนั้น
ไม่ใช่ว่าจะมองไม่เห็นสายรุ้ง
รุ้งยังคงอยู่...
ทาบทอจากตึกฝั่งหนึ่ง มายังอีกฝั่งบนผืนฟ้า
เพียงแค่ว่า จะมีใครสังเกตเห็นบ้างรึเปล่าก็เท่านั้น
สายรุ้งที่อยู่หนือหัวเราไป
เพียงแหงนหน้าขึ้นอีกไม่กี่เซนต์
อาจจะทำให้ใครซักคน... ยิ้มได้บ้าง
 
 
 

: กระเป๋าสตางค์... ที่หายไป :

 
วันศุกร์ที่ 29 มิถุนายน 2550 , เวลา 20.23 
ณ บริเวณหน้าร้านนานาวัสดุ ถนนลาดยางมะตอยชื่อว่า ถนน "รณกิจ"
วัชราภรณ์ ที่กำลังออกจากบ้าน เพื่อไปอ่านหนังสือนั้น  ก็พบกับเพื่อนที่ขับขี่รถจักรยานยนต์มาพอดี
เธอคือ สิริรัตน์ ที่ตั้งใจว่าจะไปอ่านหนังสือด้วยกันในคืนนี้
เนื่องจากว่า วัชราภรณ์ ยังไม่ได้ทานอาหารเย็น
บวกกับอยากกินข้าวหน้าเป็ดที่มีขายอยู่ที่ย่านรถเข็นขายอาหารบริเวณหน้าสถานีอำเภอหล่มสัก
ด้วยความที่เห็นมาหลายวันแล้ว เลยอยากกินจัด
และแล้ว ก็ไปทำกระเป๋าสตางค์สุดรักสุดหวงหาย... TwT
ทุกทีพกเงินอยากมากไม่เกิน 50 ปกติ 20 เป็นพื้นฐาน หรือไม่ก็พกกระเป๋าสตางค์เปล่า
วันนั้น... ดันเพิ่งไปแลกแบงค์ 500 มา กับตี๋เต่าเอาเงินค่าหนังสือมาคืน
รวมเงินได้ก็ประมาณ 400-600 บาท
ความจริงกระเป๋าสตางค์มันไม่ได้หายหรอก แต่โดนขโมยไปอ่ะ
มันมีผู้ชายวันซักประมาณ 20-30 ต้นๆ 3 คน มานั่งแทนที่โต๊ะที่นั่งกันตอนแรก
พอรู้ว่าเป๋าสคางค์หาย ก็ไปลองเวียนๆ หาดู แล้วก็ลองถามเจ้าของร้านดู ก็ไปไม่เจอ
ก็พอจะรู้ๆ แล้วล่ะ ว่าไอ้ 3 คนนั้นเอาไปแหงๆ
แตถึงถามไป มันก็คงไม่ให้คืนหรอก
ก็เลยเซง + ปลง
เงินในกระเป๋าน่ะไม่เสียดาเท่าไหร่หรอก... กระเป๋าสตางค์ซิที่เสียดาย (สวยอ่ะ...)
ต่อมาก็นึกได้ว่ามีของสำคัญอีอย่าง ก็คือ เหรียญ 25 สตางคื ที่ได้มาจากฤาษี เสียดายสุดๆๆๆๆ
พอมาวันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม ก็เริ่มปลงได้แล้วล่ะ
จนวันนี้ วันอังคารที่ 3 กรกฎาคม  ตอนเย็นพี่ที่บ้านก็เอาห่อพัสดุมาให้ จ่าหน้าซองถึงวัชราภรณ์
และแล้ว...
ก็พบว่า...
มันคือกระเป๋าสตางค์ที่โดนขโมยไป
อยากจะบอกว่า ดีใจมาก...
สภาพดีเหมือนเดิม บัตรอยู่ครบ เหรียญ 25 สตางค์อยู่ครบ  เงินหายเรียบ... 555+
แต่ก็เอาเถอะ... เงินไม่ได้เสียดาย... ช่างมัน
ถ้าจะบอกขอบคุณคนที่ขโมยไปก็กระไรอยู่
แต่ก็ขอบคุณอ่ะนะ ที่ยังอุตสาห์ส่งกลับมาให้  ไม่เอาไปทิ้งไปทั่ว
คงจะเป็นขอ้ดีอีกอย่างล่ะมั้งที่มีบัตรอะไรๆ ที่บอที่อยู่ไว้ในกระเป๋าสตางค์
ต่อจากยี้ จะรักษากระเป๋าสตางค์ดีๆ ไม่ให้หายอีกแล้วค่ะ... >,<
 
 

: Click & Listen :

Photo 1 of 80